ตลาด Forex เราจะดูคู่เงิน เช่น EUR/USD (ตัวย่อ E/U) คือการเปรียบเทียบระหว่างเงินยูโร กับเงินดอลล่าห์ ค่าเงินด้านซ้ายเป็นเงิน base currency โดยเราจะเห็นราคา ซื้อ-ขาย แบบนี้

EUR/USD bid= 1.3100 offer= 1.3103

โบรกเกอร์จะได้เงินจากส่วนต่างของ bid-offer ดังนั้น ทุกครั้งที่เราเปิดการเทรด เราจะติดลบก่อนเสมอ มีค่ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับส่วนต่างของ bid-offer นี้ ซึ่งไม่เท่ากันในแต่ละโบรกเกอร์ และในโบรกเกอร์เดียวแต่ละชนิดของบัญชีที่เปิดใช้ก็มีค่าไม่เท่ากัน

ตัวอย่าง เราเข้า Buy คู่ EUR/USD อยู่ที่ 1.3103 (ราคา offer) แล้วปิด (close) ทันที เราจะ sell คืนไปที่ 1.3100 (ราคา bid) เท่ากับเราขาดทุน 0.0003 หรือ 3 จุด (pip)

ตลาด Forex สามารถเทรดขาขึ้นและขาลงได้ทั้ง 2 ทาง

การซื้อ (Buy หรือ Long) ในตอนที่เราเปิด order เราจะได้ราคาที่ offer และเมื่อเราสั่งปิด order นี้ เราจะได้ราคาที่ bid

การขาย (Sell หรือ Short) ในตอนที่เราเปิด order เราจะได้ราคาที่ bid และเมื่อเราสั่งปิด order นี้ เราจะได้ราคาที่ offer

Jahia

October 24, 2010

Content Management System ที่ใช้ภาษา Java ที่มีความสามารถสูง ผู้พัฒนาสามารถ developing, integrating, delivering และ managing content ระหว่าง Intranets, Extranets และ Internet

1. ระเบียบการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงิน
ก. กฎระเบียบ
กฎหมายแม่บทที่ใช้ในการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ได้แก่ พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินพุทธศักราช 2485 และจากการอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. ดังกล่าวได้มีการออกกฎกระทรวง ประกาศกระทรวงการคลัง และประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
ข. การควบคุมดูแลให้เป็นไปตามระเบียบ
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ทำ หน้าที่กำกับดูแลการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยแต่งตั้งพนักงานของธนาคารเป็นเจ้าพนักงาน ตามพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485
เพื่อควบ คุมดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน การซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนเงินตราต่างประเทศทุกประเภทจะต้องกระทำกับธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับใบ อนุญาตประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศ (ธนาคารรับอนุญาต) หรือผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศจากรัฐมนตรีว่า การกระทรวงการคลัง ซึ่งได้แก่ บุคคลรับอนุญาต ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ และบริษัทรับอนุญาต ทั้งนี้ ห้ามมิให้บุคคลทั่วไปซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนเงินตราต่างประเทศกับผู้ที่ไม่มีใบอนุญาต เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินเป็นรายกรณี
ค. ระเบียบเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศและเงินบาท
1. เงินตราต่างประเทศ
การนำหรือโอนเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศทำได้ไม่จำกัดจำนวน แต่เมื่อนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาแล้ว ต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับธนาคารรับอนุญาตที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยภายใน 360 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้มาหรือนำเข้า ทั้งนี้ ยกเว้นบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศและชาวต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 3 เดือน สถานทูตต่างประเทศและผู้ได้รับเอกสิทธิ์ทูต ทบวงการชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศ รวมถึงพนักงาน ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลอื่นที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อทบวงการชำนัญพิเศษ องค์การหรือสถาบันนั้นๆ ซึ่งได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในประเทศไทย
การ ซื้อหรือโอนเงินตราต่างประเทศออกนอกประเทศผ่านธนาคารรับอนุญาต ต้องยื่นเอกสารแสดงภาระผูกพันในต่างประเทศ โดยสามารถโอนออกได้ตามภาระหรือวงเงินที่กำหนด ทั้งนี้ ผู้ประกอบการในประเทศสามารถทำสัญญาซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนกับธนาคารรับอนุญาตในประเทศไทย ได้ โดยต้องมีรายได้หรือรายจ่ายที่เป็นเงินตราต่างประเทศที่จะได้รับหรือต้อง ชำระในอนาคต หรือมีการลงทุนในต่างประเทศ
การนำธนบัตรเงินตราต่าง ประเทศติดตัวเพื่อออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศเกิน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า จะต้องสำแดงรายการที่ด่านศุลกากรทุกครั้ง
2. เงินบาท
ไม่มีข้อจำกัดในการนำธนบัตรเงินบาทเข้ามาในประเทศ ส่วนการนำเงินบาทติดตัวออกไปยังประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยได้ครั้งละไม่เกิน 500,000 บาท และประเทศอื่นๆ ครั้งละไม่เกิน 50,000 บาท
2. บัญชีเงินฝากธนาคาร
ก. บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลไทย
บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลในประเทศไทยสามารถเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่าง ประเทศ ไว้กับธนาคารรับอนุญาตในประเทศไทย โดยการฝากหรือถอนเงินจากบัญชีมีเงื่อนไข ดังนี้
การฝาก
1. เงินตราต่างประเทศอันมีแหล่งที่มาจากต่างประเทศ เช่น รายได้ ค่าบริการ เงินลงทุนที่ได้รับมาจากต่างประเทศสามารถฝากได้โดยไม่จำกัดวงเงิน และไม่ต้องแสดงภาระผูกพันในต่างประเทศ
2. เงินตราต่างประเทศที่ได้จากการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือกู้ยืมจากธนาคารรับอนุญาต สามารถนำเข้าฝากในบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศได้ ดังนี้
2.1 บัญชีแบบมีภาระผูกพัน : ฝากได้ โดยยอดคงค้าง ณ สิ้นวันต้องไม่เกินจำนวนตามภาระผูกพันที่จะต้องชำระในต่างประเทศ และต้องไม่เกิน 1 ล้าน และ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า สำหรับบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลตามลำดับ หากต้องการฝากเกินวงเงินดังกล่าว ให้ฝากได้อีกไม่เกินภาระผูกพันที่ต้องชำระในต่างประเทศภายใน 12 เดือน ทั้งนี้ ภาระผูกพันดังกล่าวให้รวมถึงการชำระคืนหนี้เงินกู้จากธนาคารรับอนุญาตด้วย
2.2 บัญชีแบบไม่มีภาระผูกพัน : ฝากได้ไม่เกิน 100,000 และ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า สำหรับบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลตามลำดับ
3. บุคคลหรือนิติบุคคลไทยฝากธนบัตรเงินตราต่างประเทศได้ไม่เกินวันละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า
การถอน
1. ชำระภาระผูกพันในต่างประเทศของตน หรือธุรกิจในเครือให้แก่บุคคลในต่างประเทศ
2. ชำระหนี้เงินตราต่างประเทศของตน หรือธุรกิจในเครือให้แก่ธนาคารรับอนุญาต
3. ถอนเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของตน หรือเข้าบัญชีของธุรกิจในเครือ ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการฝากเงินตราต่างประเทศด้วย
4. ถอนเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลอื่นก่อนฝากเข้าบัญชีสกุลอื่น ของตน หรือแลกเปลี่ยนแล้วนำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวไป ชำระภาระให้แก่บุคคลในต่างประเทศหรือชำระหนี้ให้แก่ธนาคารรับอนุญาตทันที
5. ถอนเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท
ข. บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ
บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศสามารถเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ กับธนาคารรับอนุญาตในประเทศไทยได้ กรณีเงินตราต่างประเทศที่มีแหล่งจากต่างประเทศสามารถฝากได้โดยไม่มีข้อจำกัด เรื่องวงเงิน กรณีเงินที่ฝากเข้าบัญชีได้รับชำระหนี้จากบุคคลในประเทศหรือเป็นเงินกู้จาก ธนาคารรับอนุญาตต้องแสดงเอกสารหลักฐานตามระเบียบ สำหรับการถอนเงินจากบัญชีสามารถทำได้โดยไม่มีข้อจำกัด
ค. บัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ
บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศสามารถเปิดบัญชีเงินบาทไว้กับธนาคารรับอนุญาตในประเทศไทยได้
2 ประเภท ดังนี้
1. บัญชีเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น การฝากหรือถอนเงินจากบัญชีต้องเป็นไปเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสาร ทางการเงินในประเทศไทย เช่น หุ้น พันธบัตร เป็นต้น
2. บัญชีเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไป การฝากหรือถอนเงินจากบัญชีต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่เงินลง ทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงิน เช่น ค่าสินค้าบริการ เงินลงทุนโดยตรง เงินกู้ยืม เงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
ทั้งนี้ ยอดคงค้างในบัญชี ณ สิ้นวันสำหรับบัญชีแต่ละประเภทต้องไม่เกิน 300 ล้านบาทต่อราย และ ห้ามโอนเงินระหว่างบัญชีแต่ละประเภท
3. ค่าสินค้าและบริการ
ก. ค่าสินค้าออก
ผู้ส่งสินค้าออกที่มีมูลค่าตั้งแต่ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า จะต้องนำเงินค่าของส่งออกเข้ามาในประเทศทันทีที่ได้รับชำระเงินจากผู้ซื้อใน ต่างประเทศ ซึ่งต้องไม่เกิน 360 วันนับแต่วันที่ส่งของออก และจะต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับธนาคารรับอนุญาตภายใน 360 วันนับแต่วันที่ได้มาหรือนำเข้า
ข. ค่าสินค้าเข้า
ผู้นำสินค้าเข้าสามารถซื้อเงินตราต่างประเทศหรือถอนเงินตราต่างประเทศจาก บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ เพื่อโอนไปชำระค่าของนำเข้า หรือของที่สั่งจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งโดยไม่นำของเข้ามาในประเทศ ไทยได้โดยไม่มีข้อจำกัด และการเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตไปชำระค่าของนำเข้าสามารถกระทำได้โดยไม่ต้องขอ อนุญาตเจ้าพนักงาน ทั้งนี้ การซื้อสินค้าระหว่างบุคคลในประเทศจะต้องชำระเป็นเงินบาทเท่านั้น
ค. ค่าบริการ
บุคคลหรือนิติบุคคลไทยที่ได้รับเงินค่าบริการจากต่างประเทศ จะต้องนำเงินเข้ามาในประเทศทันทีที่ได้รับชำระเงินจากต่างประเทศ ซึ่งต้องไม่เกิน 360 วันนับจากวันที่ทำธุรกรรม และจะต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับธนาคารรับอนุญาตภายใน 360 วันนับแต่วันที่ได้มาหรือนำเข้า
การชำระค่าบริการให้แก่บุคคล หรือนิติบุคคลในต่างประเทศ เช่น ค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย เงินปันผล เงินกำไร หรือค่ารอยัลตี้ รวมถึง การโอนเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายการศึกษา สามารถกระทำได้ตามภาระโดยแสดงเอกสารหลักฐานต่อธนาคารรับอนุญาต สำหรับการซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อนำติดตัวไปเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไปต่างประเทศ สามารถทำได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
4. เงินลงทุนจากต่างประเทศ
นักลงทุนต่างชาติสามารถโอนเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้โดยไม่มีข้อจำกัด ทั้งการลงทุนโดยตรง การลงทุนในหุ้น หรือตราสารทางการเงินในประเทศไทย โดยเมื่อนำเงินเข้ามาแล้ว จะต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับธนาคารรับอนุญาตภายใน 360 วันนับแต่วันที่ได้มาหรือนำเข้า
การส่งคืนเงินลงทุน หรือเงินกู้จากต่างประเทศ เป็นกรณีที่กระทำได้ โดยต้องแสดงเอกสารหลักฐาน สำหรับในกรณีการส่งคืนเงินทุนให้แสดงเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักฐานการขายหุ้น หรือการโอนกรรมสิทธิ์ หรือกรณีการคืนเงินกู้ต้องแสดงเอกสารการนำเงินกู้เข้า และสัญญาเงินกู้ เป็นต้น
5. การโอนทุนออกของบุคคลไทย
ก. การลงทุนหรือให้กู้ยืมในต่างประเทศ
1. บุคคลหรือนิติบุคคลไทยสามารถลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่บริษัทในเครือในต่าง ประเทศได้รวมกันไม่เกิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต่อปี
2. บุคคลหรือนิติบุคคลไทยสามารถลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่บริษัทแม่และบริษัทใน เครือในต่างประเทศที่มีบริษัทแม่เดียวกันได้รวมกันไม่เกิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต่อปี
3. กรณีเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ลงทุนตาม 1 และ 2 ได้ไม่จำกัดจำนวน และให้กู้ยืมได้ไม่เกินกรณีละ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต่อปี
ข. การลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศ
1. ผู้ลงทุนสถาบัน ได้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม (ไม่รวมกองทุนส่วนบุคคล) บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกันชีวิตและประกัน
วินาศภัย และสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้ง สามารถลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศได้ ดังนี้
1.1 หลักทรัพย์ต่างประเทศซึ่งออกโดยนิติบุคคลไทย : ลงทุนได้ไม่จำกัดจำนวน
1.2 หลักทรัพย์ต่างประเทศซึ่งออกโดยนิติบุคคลต่างประเทศ : ลงทุนได้ โดยยอดคงค้างไม่เกิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า
ทั้งนี้ ต้องไม่เกินวงเงินที่หน่วยงานที่กำกับดูแลผู้ลงทุนและคณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจบริหารของผู้ลงทุนกำหนด
2. บุคคลทั่วไปซื้อหุ้นของบริษัทในเครือเดียวกันที่ต่างประเทศเพื่อเป็นการให้ สวัสดิการแก่พนักงานได้ไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต่อปี
3. การลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศของบุคคลทั่วไป กรณีอื่นที่ไม่ได้เป็นการซื้อหุ้นสวัสดิการต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ก่อน โดยต้องเป็นการลงทุนผ่านกองทุนส่วนบุคคล หรือลงทุนผ่านบริษัทหลักทรัพย์ตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลัก ทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนด
ค. การโอนเงินเพื่อวัตถุประสงค์อื่น
1. การส่งเงินของตนที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างประเทศเป็นการถาวร การส่งเงินให้ญาติ หรือให้แก่ผู้รับมรดกซึ่งมีถิ่นถาวรในต่างประเทศ การบริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์ ให้ทำได้ไม่เกินวัตถุประสงค์ละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต่อรายต่อปี
2. การส่งเงินเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ ให้ทำได้ไม่เกิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต่อรายต่อปี
6. การรายงานการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ
บุคคลใดซื้อ ขาย ฝาก หรือถอนเงินตราต่างประเทศกับธนาคารรับอนุญาตจำนวนตั้งแต่ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า ต้องรายงานการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศต่อธนาคารรับอนุญาตตามแบบที่กำหนด

ที่มา http://www.bot.or.th/THAI/FOREIGNEXCHANGEREGULATIonS/FXREGULATIon/Pages/SummaryofRegThaiVers.aspx

เจ้าเมืองปักเป๋ง : เคยเป็นเพื่อนร่วมสำนักเรียนกับเล่าปี่ พอโตขึ้นได้รับราชการกับราชสำนักและได้รับแต่งตั้ง เป็นเจ้าเมืองปักเป๋ง พร้อมทั้งได้สะสมกำลังพลเรียกว่า กองทัพม้าขาว มีความสามารถขี่ม้าอย่างมาก  ต่อมา ตั๋งโต๊ะได้กระทำการหยามช้าในเมืองหลวง อ้วนเสี้ยวกับโจโฉส่งสาส์นเชิญเจ้าเมือง 18 หัวเมือง ให้ร่วมกันรบกับตั๋งโต๊ะ โดยได้ส่งสาส์นเชิญกองซุนจ้านด้วยกองซุนจ้านจึงนำทหารพร้อมเล่าปี่ ซึ่งเป็นเจ้าเมืองเพงงวนก๋วนยกไปด้วย ครั้นอยู่มากองทัพ 18 หัวเมือง ระสำ่ระสายกองซุนจ้านจึงนำทหารออกมาและกลับเมืองปักเป๋งอย่างเดิม หลังจากนั้นอ้วนเสี้ยววางแผนตีเมืองกิจิ๋วจึงเชิณกองซุนจ้านมารบและสัญญาว่าจะแบ่งเมืองให้ครองครึ่งหนึ่งกองซุนจ้านเชื่อจึงทำตาม แต่เมื่ออ้วนเสี้ยวยึดเมืองกิจิ๋วได้กลับไม่ยอมทำตามสัญญาอีกทั้งยังฆ่้ากองซุนอวด น้องชายซึ่งกองซุนจ้านส่งไปเจรจา จากการศึกครั้งนี้ ทำให้กองซุนจ้านกับอ้วนเสี้ยวขัดแย้งทำสงครามขับเขี่ยวกันหลายครั้ง ครั้งหนึ่ง กองซุนจ้านถึงบุนทิวทหารเอกอ้วนเสี้ยวตามไล่ แต่โชคช่วยจูล่งมาช่วยทันกองซุนจ้านจึงได้จูล่งเป็นทหาร ต่อมา กองซุนจ้านมีจิตวิปลาส ไม่ยอมฟังคำที่ปรึกษามีจิตวิปลาส อ้วนเสี้ยวยกทัพมาโจมตี ปักเป๋ง กองซุนจ้านสั่งให้สร้างกำแพงล้อมเมืองไว้และส่งหนังสือไปขอกำลังหนุน แต่คนส่งหนังสือถูกจับและอ้วนเสี้ยวจึงให้ทหารขุดอุโมงค์ไปในเมืองเพื่อตามจับกองซุนจ้าน  กองซุนจ้านเมื่อรู้ดังนั้นก็ฆ่าบุตรภรรยา และฆ่าตัวตาย เมืองจึงตกเป็นของอ้วนเสี้ยว

ขุนนางราชวงศ์ฮั่น/เจ้าเมืองปักไฮและเจ้าเมืองกิจิ๋ว : มีต้นตระกูลได้เป็นขุนนางหลายชั่วคน ตอนเด็กเป็นเพื่อนสนิทกัับโจโฉ ชอบเที่ยวเล่นด้วยกัน พอโตขึ้นก็ได้เป็นขุนนาง สมัย พระเจ้าเลนเต้ โดยได้อยู่เป็นทหารโฮจิ๋นเป็นผู้เสนอความคิดให้เชิญตั๋งโต๊ะและเจ้าเมืองต่างๆยกเข้าเมืองลกเอี๋ยงเมืองหลวงและได้นำกำลังสังหารขันทีซึ่งฆ่าโฮจิ๋นทำให้ พระราชวังสงบสุข  ต่อมา ตั๋งโต๊ะได้ยกทัพมาในเมืองหลวง และคิดปลดพระเจ้าเซ่าตี้แล้วตั้งหองจูเหียบเป็นฮ่องเต้จึงนำมาปรึกษาขุนนาง อ้วนเสี้ยวไม่เห็นด้วยจึงได้ด่าตั๋งโต๊ะมากมาย ตั๋งโต๊ะจึงชับดาบจะฆ่าอ้วนเสี้ยว แต่ลิยูได้ห้ามไว้ อ้วนเสี้ยวจึงนำดาบป้องกันตัวออกมาจากที่ประชุม และนำกำลังส่วนหนึ่งไปตั้ง ณ เมืองปักไฮ  ขุนนางคนหนึ่งจึงเสนอตั๋งโต๊ะให้ตั้งอ้วนเสี้ยวเป็นเจ้าเมือง ตั๋งโต๊ะเชื่อจึงยอมทำตาม

—–ต่อมา โจโฉคิดฆ่าตั๋งโต๊ะแต่ไม่สำเร็จ  จึงหนีมาตั้งกองกำลังแล้วจึงชวนอ้วนเสี้ยวให้ร่วมด้วยพร้อมกับเจ้าเมืองอีก 18 หัวเมือง อ้วนเสี้ยวเห็นด้วยจึงส่งหนังสือให้เจ้าเมืองต่างๆ และนำทัพจำนวนมากตั้ง ณ ชายแดนเมืองลกเอี๋ยง สามารถนำทัพได้เปรียบได้ชัยในตอนแรก ต่อมาตั๋งโต๊ะย้ายเมืองหลวงหนีประกอบกับเจ้าเมืองกลับแตกแยกทะเลาะกันเอง อ้วนเสี้ยวควบคุมไม่ได้ โจโฉเห็นดังนั้นก็โกรธนำทัพแยกออกไปตีตั๋งโต๊ะเอง หลังจากนั้นเจ้าเมืองต่างๆก็รบกันเอง สุดท้ายก็ต้องถอยทัพกลับไปกันหมด

—–ฝ่ายอ้วนเสี้ยวถอยร่นไปถึงภาคเหนือและตั้งหลัก ณ เมืองเล็กๆ  ฮันฮกเจ้าเมืองกิจิ๋ว ซึ่งเป็น 1 ใน 18 เจ้าเมืองที่ร่วมต่อต้านตั๋งโต๊ะ อยากเจริญสัมพันธมิตรที่ดีกับอ้วนเสี้ยวจึงส่งเสบียงจำนวนมากให้อ้วนเสี้ยว อ้วนเสี้ยวเห็นดังนั้นก็เกิดความโลภ อยากได้เมืองกิจิ๋วจึงถามที่ปรึกษา แล้วจึงคิดแต่งอุบายให้กองซุนจ้านยกไปตีเมืองกิจิ๋ว และสัญญา่ว่าจะยกเมืองบางส่วนให้ แล้วอ้วนเสี้ยวจึงเกณฑ์พลไปยังเมืองกิจิ๋ว ฮันฮกไม่รู้กลอุบายจึงคิดว่า อ้วนเสี้ยวยกมาช่วยจึงเปิดประตูเมืองรับอ้วนเสี้ยว อ้วนเสี้ยวจึงบอกฮันฮกว่า”เราจะดูแลเมืองแทนท่านเอง”ฮันฮกได้ยินก็ตกใจจึงรู้ว่าโดนกลอุบายจึงควบม้าทิ้งเมืองหนีไปเมืองตันลิว อ้วนเสี้ยวจึงได้เมืองอย่างง่ายดาย กองซุนจ้านรู้ดังนั้นจึงส่งน้องชายมาทวงเมือง แต่อ้วนเสี้ยวปฏิเสธ แล้วจึงให้ทหารปลอมเป็นทหารตั๋งโต๊ะแล้วลอบฆ่าน้องกองซุนจ้านตอนเดินทางกลับ กองซุนจ้านรู้ก็โกรธยกทัพมารบอ้วนเสี้ยวหลายครั้งไม่รู้แพ้ชนะ ต่อมาตั๋งโต๊ะเกรงจะเดือดร้อนทั้งสองฝ่ายจึงแกล้งส่งหนังสือมาให้สงบศึกทั้งสองฝ่าย ทั้งสองจึงถอยทัพไปยังเมืองของตน

—–ต่อมา กองซุนจ้านมีจิตวิปลาส อ้วนเสี้ยวรู้ก็ยกพลไปตีเมืองรายทางกองซุนจ้านได้มากมาย พอมาถึงเมืองที่กองซุนจ้าน กองซุนจ้านให้ทหารสร้างกำแพงล้อมเมืองมากมาย แต่อ้วนเสี้ยวก็ยังสามารถขุดอุโมงค์เข้าไปในเมืองจะจับตัวกองซุนจ้าน กองซุนจ้านเห็นว่าจะไม่รอดจึงฆ่าครอบครัวและฆ่าตัวตายภาคเหนือจึงตกเป็นของอ้วนเสี้ยวเกือบทั้งหมด มีทหารเป็นอันมาก

—–ในปีต่อมา อ้วนเสี้ยวคิดกำเริบเสิบสานเขียนหนังสือตามหัวเมืองต่างๆประกาศโทษโจโฉซึ่งตอนนั้นได้กระทำการล่วงเกินพระเจ้าเหี้ยนเต้อย่างมาก เล่าปี่ซึ่งเป็นเจ้าเมืองชีจิ๋วในขณะนั้นเห็นชอบด้วยจึงได้ร่วมมือกัน ต่อมาเล่าปี่โดยโจโฉตีแตกพลัดพรากกับกวนอู เตียวหุยน้องร่วมสาบานและครอบครัว มาอยู่กับอ้วนเสี้ยว ที่ เมืองกิจิ๋ว อ้วนเสี้ยวก็ต้อนรับอย่างดี  แล้วจึงยกกองทัพจำนวนมหาศาลถึง 700,000 คนจะไปรบโจโฉ แม้เตียนห้องและจอสิวได้ห้ามไว้แต่ไม่สำเร็จทำให้โดยขังคุกทั้งคู่แล้วอ้วนเสี้ยวก็ยกไปให้ งันเหลียงทหารเอกยกเป็นกองหน้า แต่ถูกฆ่าโดยกวนอู และ บุนทิวออกรบอีกก็โดนกวนอูฆ่าอีกเช่นกัน อ้วนเสี้ยวโกรธมากคิดฆ่าเล่าปี่ แต่เล่าปี่แก้ตัวได้ ซึ่งต่อมาเล่าปี่ก็ได้หนีอ้วนเสี้ยวโดยอ้างว่าจะไปช่วยคุยกับเล่าเปียวให้ยกมาช่วยตีโจโฉ อ้วนเสี้ยวนำทัพข้ามแม่น้ำเหลืองมา ตั้งที่ตำบลกัวต๋อ สู้กับโจโฉที่มีทหารเพียง 70,000 คน  ในคราวแรกฆ่าทหารโจโฉล้มตายมากแต่โจโฉก็ประดิษฐ์รถสายฟ้าฟาดสู้อ้วนเสี้ยวก็ฆ่าทหารอ้วนเสี้ยวได้มากเช่นกัน

—–อ้วนเสี้ยวให้ส่งเสบียงมา แต่ก็ถูกโจโฉปล้นอีก  ด้านอ้วนเสี้ยวได้ไล่ที่ปรึกษาชื่อ เขาฮิวออกไป เขาฮิวจึงบอกโจโฉว่า อ้วนเสี้ยวซ่อนเสบียงและอาวุธส่วนใหญ่ไว้ที่ อัวเจ๋า โจโฉจึงให้ทหารปลอมเป็นทหารอ้วนเสี้ยวปล้นเผาค่าย อ้วนเสี้ยวรู้ก็เครียด จึงดื่มสุราทุกวัน กองทัพก็ขัดสน ทหารเสียกำลังใจ โจโฉจึุงนำทหาร 8 สายเข้าโจมตีค่าย อ้วนเสี้ยวตกใจก็นำลูกทั้งสามคนพร้อมทหาร 800 คน หนีกลับเมือง กิจิ๋ว ครั้นกลับถึงเมืองกิจิ๋วแล้ว อ้วนเสี้ยวก็ดื่มสุราทุกวัน หลังจากนั้นอีก 2 ปี โจโฉนำทัพมาบุกอีกก็ป้้องกันแพ้ อ้วนเสี้ยวยิ่งเครียดมากขึ้น ป่วยหนักอาเจียนเป็นเลือดไม่นานก็ตรอมใจตาย ลูกทั้งสามก็แก่งแย่งตีชิงเมืองกันเองอีก

โจรโพกผ้าเหลือง / เล่าปี่ : เป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่นเช่นเดียวกับเล่าปี่ แต่ว่ามีศักดิ์เป็นประชาชนธรรมดา ได้เข้าเป็นโจรโพกผ้าเหลืองในช่วงแรกๆ หลังจากนั้นผันตนเองเป็นโจรคอยปล้นชิงทรัพย์สิน ร่วมกับก๋งเต๋า ซึ่งเป็นเพื่อนรัก และได้ยึดเมืองยีหลำ จากโจโฉ และต่อมา หลังจากเล่าปี่หนีจากอ้วนเสียวมาหากวนอู และเตียวหุย ได้พาพรรคพวกมาถึงเมืองนี้ เล่าเพ็กเห็นว่าตนไม่เหมาะสมเป็นเจ้าเมือง จึงมอบเมืองให้เล่าปี่พักเป็นการชั่วคราว หลังจากนั้น เล่าปี่คิดช่วยอ้วนเสี้ยวทำศึกกับโจโฉจึงได้นำทัพพร้อมกับพาเล่าเพ็กและก๋งเต๋าไปด้วย เล่าเพ็กขออาสาดวลกับโกลำ ทหารโจโฉแต่ก็ดนโกลำใช้ทวนแทงตกม้าตาย

โจรโพกผ้าเหลือง / เล่าปี่ : ขึ้นตรงเตียวก๊ก เป็นเพื่อนกับจิวฉองและ หุยง่วนเสียว หลังจากโจรโพกผ้าเหลืองเจอปราบปราม ก๋งเต๋าและพรรคพวกได้ปลอมตัวเป็นโจรภูเขาคอยปล้นชิงสมบัติผู้ที่เดินทางผ่าน ก่อให้เิกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนผู้เดินทางผ่าน ต่อมากวนอูได้เดินทางผ่านมา พวกโจรได้ยินกิตติศัพท์จึงสวามิภักดิ์เข้าเป็นพวกกวนอูรวมทั้งก๋งเต๋าด้วยและเมื่อกวนอูพบเจอกับเล่าปี่จึงได้พาเล่าปี่หนีไปยังเมืองยีหลำพร้อมกับเตียวหุยและพวกโจร และรวบรวมกำลังเพื่อช่วยอ้วนเสี้ยวทำศึกกับโจโฉ โดยได้ให้ก๋งเต๋านำทัพไปด้วย แต่ว่าก๋งเต๋าก็ถูกแฮหัวเอี๋ยนสังหารในศึกครั้งนี้

โจรโพกผ้าเหลือง / โจโฉ: เดิมเคยอยู่ในสังกัดโจรโพกผ้าเหลืองซึ่งนำโดยเตียวก๊ก ต่อมาโจรโพกผ้าเหลืองล่มสลาย เปี๋ยนฮีได้สวามิภักดิ์และรับใช้โจโฉ หลังจากโจโฉคิดขยายอำนาจ  ได้เป็นนายด่านกิสุยก๋วน ต่อมา กวนอูได้ข่าวเล่าปี่จึงจะไปหาเล่าปี่พร้อมขบวนและสมบัติ เปี๋ยนฮีจึงคิดฆ่ากวนอูเพื่อชิงสมบัติ จึงให้ทหารไปซุ่มที่วัดแห่งหนึ่งเตรียมสังหารกวนอู แล้วตนจึงออกอุบายชวนกวนอูไปกินโต๊ะ แต่หลวงจีนเจ้าอาวาสวัดได้บอกแก่กวนอู กวนอูจึงไหวตัวทันและสามารถฆ่าเปี๋ยนฮีและทหารหลายนายได้

กวนไฮ (管亥)

September 14, 2010

โจรโพกผ้าเหลือง : หัวหน้าโจรโพกผ้าเหลือง ยุคสมัยหลังจากที่โจรโพกผ้าเหลืองอ่อนกำลังมากแล้วนำกองกำลังหลายหมื่นคนเข้าบุกเมืองปักไฮ ที่มีขงหยงเป็นเจ้าเมือง โดยสามารถสังหารทหารขงหยงล้มตายหลายคน แต่ต่อมาก็ถูกกองกำลังกนุนของเล่าปี่ปราบปรามและกวนไฮถูกกวนอูสังหารในการรบด้วย ทำให้กองโจรต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด

NyARToolKit for Java

September 9, 2010

วิธีการติดตั้งเครื่องมือพัฒนา NyARToolKit บน Java
1.ติดตั้ง Java SE Downloads(sun.com) แล้วปรับค่าตัวแปร PATH และเพิ่มตัวแปร JAVA_HOME
2.ติดตั้ง Java Media Framework API (JMF) โดยเพิ่มค่าในตัวแปร PATH เพื่อให้สามารถใช้งาน JMF ได้ แล้วทดสอบการทำงานของกล้อง
3.ติดตั้ง JOGL(Java bindings for OpenGL)
4.ติดตั้ง Java 3D
5.ติดตั้ง eclipse ปรับค่าที่ Window -> Preferences -> General -> Workspace เปลี่ยนText file encoding เป็น UTF-8
6. ดาว์โหลด NyARToolkit for Java – NyARToolkit Core แล้วสร้าง project แล้ว import ไฟล์เข้ามา ชี้ไฟล์ต่างที่ใช้งาน jmf,JOGL,java3d
7.แล้ว Run เพื่อทดสอบการใช้งาน

Bombax Theme designed by itx